sirin_yingyai's profilee_yingyaiPhotosBlogLists Tools Help

e_yingyai

thanks for having love in this world
Photo 1 of 18
My Custom Part|false|
June 23

โปรแกรม "ความรัก"


วิธีติดตั้ง 'โปรแกรมความรัก
ช่างเทคนิค :
'
ฮัลโหล สวัสดีครับ มีอะไรให้รับใช้ครับ '
 
ลูกค้า :
'
ดิฉันได้นั่งนึกดูแล้วคิดว่า โปรแกรมความรัก นี่ก็น่าสนใจ ดีนะคะ คุณช่วยกรุณาแนะนำดิฉันหน่อยได้ไหม
คะว่าจะลงโปรแกรมนี้ยังไง '
 
ช่างเทคนิค :
'
ด้วยความยินดีครับ ไม่ทราบว่าพร้อมที่จะลงโปรแกรม หรือยังครับ '
 
ลูกค้า :
'
อืม... ไม่รู้เหมือนกันคะ บอกตามตรงว่าดิฉันไม่ค่อยรู้ เรื่องคอมพิวเตอร์เท่าไร แต่ดิฉันคิดว่าน่าจะ
พร้อมคะ ไม่ทราบว่าต้องเริ่มทำยังไงบ้างคะ '
 
ช่างเทคนิค :
'
อันดับแรกเลยคุณต้องเปิดใจคุณก่อนครับ '
 
ลูกค้า :
'
ไม่มีปัญหาคะ แต่ว่าตอนนี้ฉันเปิดใช้โปรแกรมอื่นอยู่ด้วย ไม่ทราบว่าจะมีปัญหาใน การติดตั้งไหมคะถ้า
ฉันไม่ได้ปิดโปรแกรมพวกนี้ '
 
ช่างเทคนิค :
'
ไม่ทราบว่าโปรแกรมอะไรหรือครับที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ '
 
ลูกค้า :
'
เดี๋ยวขอดิฉันดูนิดนึงนะคะ อืม... ก็มีโปรแกรม 'ความเจ็บปวดในอดีต' , 'การไม่เห็น คุณค่าของ
ตัวเอง', 'ความริษยา', 'ความขุ่นเคือง' และก็ 'โปรแกรมความโกรธ' ทั้งหมดที่เปิดก็มีเท่านี้คะ '

ช่างเทคนิค :
'
ไม่มีปัญหาครับ โปรแกรมความรักจะค่อยๆลบความเจ็บปวดในอดีต ออกจากระบบปฏิบัติการครับ
มันอาจจะคงอยู่ในหน่วยความทรงจำแต่ว่าจะไม่รบกวนการทำงานของโปรแกรมอื่นๆครับ ไม่ต้องกังวล
สำหรับโปรแกรมการไม่เห็นคุณค่าของตัวเองนั้นจะค่อยๆหายไปเอง เพราะส่วนประกอบส่วนหนึ่งของ
โปรแกรมความรัก คือการเห็นคุณค่าของตนเอง ส่วนนี้จะค่อยๆเข้ามาแทนที่อย่างช้าๆจนการไม่เห็น คุณ
ค่าตัวเองหมดไป
แต่ว่าคุณเองจะต้องปิดโปรแกรมความริษยา ความขุ่นเคืองและ ความโกรธลง เพราะโปรแกรมพวกนี้จะ
ขัดขวางไม่ให้โปรแกรมความรักสามารถติดตั้งได้ รบกวนช่วยปิดโปรแกรมพวกนี้ ก่อนได้ไหมครับ '
 
ลูกค้า :
'
บอกตามตรงเลยนะคะ ดิฉันไม่รู้จริงๆคะว่าจะปิดโปรแกรมพวกนี้ยังไง '
 
ช่างเทคนิค :
'
เข้าไปที่ Start Menu นะครับ แล้วเรียกโปรแกรมการให้อภัยขึ้นมา
ต้องเปิดโปรแกรมนี้เรื่อยๆจนกว่าความริษยา, ความขุ่นเคืองและก็ความโกรธจะถูกลบออกไปจนหมด '
 
ลูกค้า :
'
ได้คะ.... เสร็จแล้วคะ ตอนนี้โปรแกรมความรักเริ่มที่จะติดตั้งอัตโนมัติแล้วคะ
แต่เอ..........นี่เป็นปกติของโปรแกรมใช่ไหมคะที่ติดตั้งด้วยตัวมันเอง '
 
ช่างเทคนิค :
'
ใช่ครับ แต่อย่าลืมนะครับว่า นี่เป็นเพียงโปรแกรมพื้นฐานเท่านั้น
คุณจะต้องติดต่อกับหัวใจดวงอื่นๆเพื่อที่จะได้ upgrade โปรแกรมความรักให้มี version ที่สูงขึ้น '
 
ลูกค้า :
'
อุ้ย....มีข้อความผิดพลาดขึ้นที่หน้าจอ
บอกว่า ' โปรแกรมไม่สามารถติดต่อออก ไปสู่ภายนอกได้' ดิฉันควรทำยังไงดีคะ '
 
ช่างเทคนิค :
'
ไม่ต้องตกใจครับ นั่นแสดงว่าตอนนี้โปรแกรมความรักได้ติดตั้งอยู่ภายในใจคุณเรียบร้อยแล้วครับ
แต่ที่โปรแกรมยังไม่สามารถใช้งานได้ ก็เพราะว่าคุณต้องเริ่มรักตัวคุณเองก่อน จากนั้นคุณถึงจะรักคนอื่น
ได้ '
 
ลูกค้า :
'
แล้วดิฉันควรจะทำยังไงคะ '
 
ช่างเทคนิค :
'
คุณช่วยเลื่อนการยอมรับตัวเองลงมาหน่อยได้ไหมครับ จากนั้นให้คลิกที่ไฟล์ 'การยกโทษให้ตนเอง'
'
การรู้ถึงคุณค่าของตัวเอง' และ การยอมรับถึงความจำกัดในตัวคุณ'......'
 
ลูกค้า :
'
ได้คะ...เสร็จแล้วคะ '
 
ช่างเทคนิค :
'
โอเคครับ จากนั้นก็ก๊อปปี้ไฟล์พวกนี้เข้ามาในไดเร็กทอรี่ 'ใจฉัน' ระบบจะทำการจัดการไฟล์ที่มีปัญหา
รวมทั้งแก้ไขโปรแกรมต่างๆที่มีข้อผิดพลาด แต่ว่าคุณจะต้องลบไฟล์ 'การพูดถึงตัวเองในแง่ลบ' และ
'
ไฟล์การตัดสินผู้อื่น' ออกจากทุกๆไดเร็กทอรี่นะครับ และอย่าลืมเข้าไปลบอีกที ใน Recycle Bin นะ
ครับ
เพื่อให้มั่นใจว่าไฟล์พวกนี้ถูกลบจนหมดและไม่มีทางกลับเข้ามาทำความยุ่งยากได้อีก '
 
ลูกค้า :
'
ทราบแล้วคะ เอ๊ะ!!...มีไฟล์ใหม่ๆเกิดขึ้นในหัวใจตั้งเยอะคะ
'
ยิ้ม' กำลังวิ่งเล่นอยู่บนหน้าจอ 'สันติสุข' และ 'ความยินดี' กำลังก๊อปปี้ตัวเองอยู่ทั่วไปภายในใจฉัน
นี่เป็นปกติหรือเปล่า คะ '
 
ช่างเทคนิค :
'
ครับ บางครั้งสำหรับบางคนอาจต้องใช้เวลาหน่อย แต่ท้ายที่สุดสิ่งนี้จะเกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสม ตอน
นี้โปรแกรมความรักได้ติดตั้งและเปิดใช้งานเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ มีอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะบอกก่อนที่จะ
วางสายครับ
ความรักเป็นโปรแกรมให้เปล่า อย่าลืมแบ่งปันให้คนอื่นนะครับ ความรักที่คุณให้ไปจะไม่เหมือนกันในแต่ละ
คน และความรักนี้จะถูกส่งต่อไปยังคนอื่นๆและส่วนหนึ่งก็จะกลับคืนมาสู่ตัวคุณด้วย และเมื่อนั้นความรักของ
คุณก็จะมีการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง '
 
ลูกค้า :
'
ดิฉันให้สัญญาคะ...................ว่าจะแบ่งปันโปรแกรมความรักให้กับคนอื่นๆ
รบกวนขอทราบชื่อของ คุณหน่อยได้ไหมคะ '
 
ช่างเทคนิค :
'
เรียกผมว่า 'ผู้ชันสูตรจิตใจ' หรือ เราเป็น' (I AM) ก็ได้ครับ คนส่วนใหญ่คิดว่าพวกเขาจะต้องไป
ตรวจสุขภาพจิตใจปีละครั้ง เพื่อให้หัวใจเขามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง แต่ผู้ที่สร้างใจ (ผมเอง) ขอแนะ
นำว่าไม่จำเป็น................ เพียงแต่คุณคอยหมั่นดูแลความรักให้คงอยู่ในแต่ละวันก็เพียงพอแล้วครับ'

June 15

โต๊ะ กับ เก้าอี้

โต๊ะกับเก้าอี้ ก็คือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งในบ้าน
ที่แทบจะทุกบ้านต้องมี .....
แต่ละบ้านก็จะมีโต๊ะและเก้าอี้แต่ละแบบไม่เหมือนกัน
แตกต่างกันตามการใช้งานและฐานะของผู้เป็นเจ้าของ

โต๊ะกับเก้าอี้นั้นเป็นของคู่กันที่ไม่จำเป็นต้องใช้คู่กันในทุกครั้ง
บางทีเราอาจแค่ต้องการนั่งบนเก้าอี้
และบางทีเราก็อาจแค่ต้องการโต๊ะไว้วางของเพียงอย่างเดียว
แต่...ถ้ามันอยู่ด้วยกันก็จะดูสมบูรณ์แบบได้มากกว่า
และประโยชน์ใช้สอยมันก็จะมากกว่าด้วย

เหมือนกับผู้หญิงกับผู้ชายที่เป็นของคู่กัน
....อย่างไรอย่างนั้น


มีเพื่อนคนหนึ่งถามฉันต่อว่า

“ แล้วตกลงผู้หญิงหรือผู้ชาย ใครกันที่เป็นโต๊ะ ใครกันที่เป็นเก้าอี้ ”

ฉันตอบไปว่า

“ โต๊ะน่าจะเป็นผู้ชาย และเก้าอี้น่าจะเป็นผู้หญิง
เพราะโต๊ะสามารถมีเก้าอี้ ได้มากกว่าหนึ่ง
แต่ถ้าเมื่อไรก็ตาม ที่เก้าอี้ริจะมีโต๊ะมากกว่าหนึ่งจะดูไม่งาม
และสังคมจะรุมประนามทันที ” (ฮา)

แล้วเพื่อนคนเดิมมันก็ถามต่ออีกว่า

“ ก็แล้วจะมีโต๊ะสักกี่ตัวในโลกนี้ ที่มันอยากจะมีเก้าอี้แค่เพียงตัวเดียว ”

ฉันก็เลยตอบมันไปว่า

ก็โต๊ะเขียนหนังสือไงแก...แกเคยเห็นใครวางเก้าอี้ไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือมากกว่าหนึ่งตัวกันบ้าง
ไม่เหมือนโต๊ะกินข้าวกับโต๊ะรับแขก พวกนี้เจ้าชู้ มีเก้าอี้ตั้งเยอะ
บางบ้านก็ 4 ตัว บางบ้านก็ 6 ตัวหรืออาจมากกว่า ”

“ อ๊ะ .. แต่โต๊ะเครื่องแป้งเค้าก็รักเดียวใจเดียวเหมือนกันนะ
..มีเก้าอี้ตัวเดียวเหมือนกัน ” มันเสริมให้

“ เออ..จริงว่ะ ”

“ อาจเป็นเรื่องของขนาดก็ได้มั้งแก..ก็โต๊ะกินข้าวน่ะมันมีขนาดใหญ่
มันก็เลยต้องการเก้าอี้มาก ๆ เพื่อมาเสริมบารมี
เหมือนคนรวย ๆ ชอบมีอีหนูเยอะ ๆ ไว้ประดับบารมี
ส่วนโต๊ะเขียนหนังสือ โต๊ะเครื่องแป้งน่ะ ขนาดมันไม่ใหญ่
เหมือนคนฐานะปานกลางไปจนถึงยากจน
จะมีเมียมากกว่าหนึ่งก็เลี้ยงไม่ไหว ”

มันอธิบายเสียยืดยาว แล้วฉันก็ฮาอีก ในความช่างคิดของทั้งมันและฉัน
มานั่งนึกแล้วก็อดขำไม่ได้ ในความเหมือนโดยบังเอิญระหว่างโต๊ะกับเก้าอี้
และความสัมพันธ์ระหว่างหญิงกับชาย

มาพูดถึงเก้าอี้กันบ้าง เพื่อนมันถามฉันต่อว่า

“ แล้วแกว่าเก้าอี้แบบไหนในโลกวะ ที่มันจะชอบมีโต๊ะมากกว่าหนึ่ง ”

มันเล่นเอาฉันคิดนานอยู่เหมือนกัน

“ ก็เก้าอี้ล้อเลื่อนไงวะ พวกนี้ชอบเลื่อนไปโต๊ะโน้น ย้ายมาโต๊ะนี้
เปลี่ยนโต๊ะอยู่เรื่อย ”

คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นมันบ้างที่ขำ

“ เค้าเรียกมีรักสำรองเผื่อเลือกใช่ไหมแบบนี้ ” มันว่า

คงยุ่งน่าดูถ้าเก้าอี้ล้อเลื่อนมาเจอกับโต๊ะกินข้าว
เราก็เลยไม่เคยเห็นใครเอา เก้าอี้ล้อเลื่อนมาตั้งกับโต๊ะกินข้าวเลยสักที

มันก็คงเหมือนการที่แม่เหล็กขั้วเดียวกันมันจะผลักกันนั่นแหละ
เราเลยไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่นัก
ที่ผู้หญิงไวไฟจะมาจับคู่กับผู้ชายเจ้าชู้

โดยมากถ้าอีกฝ่ายเจ้าชู้
อีกฝ่ายจะสงบสยบอยู่เสียมากกว่า
มันถึงจะอยู่ด้วยกันได้ ไปด้วยกันรอด

ในความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน
ฉันว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็นโต๊ะกับเก้าอี้ที่สวยหรูงดงามมากมายอะไรนัก
แค่พอดูได้ ใช้งานได้ มันก็ไม่น่าเกลียดอะไรแล้วล่ะ
เอาแค่แบบโต๊ะเขียนหนังสือ มีโต๊ะหนึ่งเก้าอี้หนึ่ง
นั่งแล้วรู้สึกสบาย
ถ้าเหนื่อยนักก็ฟุบหน้าหลับตาพักได้

หรือถ้าจะสวยงามก็ขอให้มันดูสวยงามแค่อย่างโต๊ะเครื่องแป้ง
ที่ดูดีสวยงาม เพราะหมั่นดูแลกันและกัน
เป็นกระจกคอยสะท้อนซึ่งกันและกัน
อยู่ร่วมกันโต๊ะหนึ่งเก้าอี้หนึ่งอย่างเข้าใจ
อย่าให้ต้องเป็นเหมือนโต๊ะกินข้าว ที่ยิ่งใหญ่ร่ำรวย
แต่ก็ไม่สามารถดูแลเก้าอี้ที่มีได้อย่างทั่วถึง
กว่าจะแบ่งความห่วงใยมาใส่ใจแต่ละที
ก็คงต้องรอจนเหงาเฉาตายกันไปเสียก่อน

หรือไม่จำเป็นต้องสวยงามหรือหรูหรา ถึงขนาดโต๊ะรับแขก
ที่มีเอาไว้แค่เพียงอวดชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมา
ใครเห็นใครพบก็สบายใจ

แต่เก้าอี้ (โชฟา) นี่สิช้ำ
ต้องโดนโถมโดนทับไม่รู้จักเท่าไหร่
เพราะใคร ๆ ก็พากันแวะ

ถ้าจะมีความรักฉันอยากรักแบบโต๊ะเขียนหนังสือ
หรือโต๊ะเครื่องแป้งก็พอ ไม่ยิ่งใหญ่ ไม่หรูหรา
แต่อบอุ่นพอให้บ้านน่าอยู่อาศัย

ฉันว่าถ้าแท้จริงแล้วคนเราวัดคุณค่ากันจากภายในจิตใจ
โต๊ะกับเก้าอี้ก็คงไม่ต่าง
ตรงที่เราวัดคุณค่ามันจากประโยชน์ใช้สอยมากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก
บางทีเก้าอี้อาจขาหักขาโยกไปบ้างนะ
ถ้าตั้งเองไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อาศัยพิงโต๊ะเอาก็ได้
ก็ไหน ๆ เราก็คู่กันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

หรือบางที

โต๊ะอาจสึกมีรอยบิ่นรอยขีดข่วนไปบ้างก็ไม่เป็นไรหรอกนะ
เพราะเก้าอี้เค้าจะคอยบดบังให้เอง

ความจริงแล้ว
คนเรารักกันมันไม่ต้องการองค์ประกอบอะไรที่มากมายเลย
แค่หมั่นเติมเต็มซึ่งกันและกันก็พอแล้ว
เพราะโต๊ะกับเก้าอี้ที่ไม่เข้าชุดกัน
เมื่อจับมาวางคู่กัน
ประโยชน์ใช้สอยมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงไป
แค่ความสวยงามมัน(อาจจะ)ลดน้อยลงไปเท่านั้นเอง

แล้วบ้านของคุณเองล่ะอยากให้มีโต๊ะกับเก้าอี้แบบไหนเคยคิดเอาไว้บ้างหรือเปล่า.........

อับราฮัม ลินคอร์น เคยกล่าวไว้ว่า

“ คนเราจะมีความสุขได้เสมอทุกเมื่อถ้าตั้งใจจะให้ตนเองมีความสุข ”

ในความเป็นจริงเราไม่สามารถเลือกได้ดังใจเราทุกอย่าง
ถ้าคุณเป็นเก้าอี้
คุณไม่มีทางรู้ได้ในทั้งหมดทุกส่วนว่าโต๊ะของคุณเขาจะเป็นอย่างไร
คุณอาจไม่จำเป็นที่จะต้องชอบในทั้งหมดของโต๊ะของคุณ
และถ้าคุณเองเป็นโต๊ะ
คุณก็คงไม่มีทางที่จะพอใจในทุกส่วนที่เก้าอี้ของคุณมีเพราะความสมบูรณ์แบบที่แท้จริง
ไม่มีอยู่บนโลกใบนี้....
ฉันเชื่ออย่างนั้น หากแต่
ศิลปะสุดยอดของการอยู่ร่วมกันคือ

การให้อภัย

อะไรที่เค้าขาดไปบ้างเราก็หมั่นเติม
อะไรที่เค้าเกินไปบ้างเราก็เอามาเติมให้เราเอง
ถ้าเป็นแบบนี้เราจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างงดงามมากกว่าไหม

 ว่าไหม ? 
June 08

เหตุผลที่ผมไล่เลขาออก

อาทิตย์ที่แล้วเป็นวันเกิดของผม
เป็นเช้าที่ผมตื่นมาแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่


จากนั้นผมก็เลยลงไปทานอาหารเช้า
โดยหวังว่าภรรยาผมจะแฮปปี้เบิร์ดเดย์กับผม
แล้วก็มีของขวัญเล็กๆสักชิ้นให้

แต่กลับกลายเป็นว่าเธอไม่แม้แต่จะอรุณสวัสดิ์ผม
ลืมไปได้เลยเรื่อง แฮปปี้เบิร์ดเดย์ อ่ะ


ผมก็คิดเอาว่า เอาน่านี่แหละการแต่งงาน
แต่ ลูกผมไง
พวกเค้าจะจำวันนี้ได้


แต่ลูกผมก็ลงมาทานข้าวข้างล่างแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรซักคำเลย


จากนั้นผมก็ไปออฟฟิศ ไปทำงาน ด้วยความรู้สึกต่ำต้อย และ ค่อนข้างแย่


พอผมไปถึงออฟฟิศ
เจน เลขาผมก็เข้ามาทักว่า ' สวัสดีค่ะ เจ้านาย ' แล้วก็
' สุขสันต์วันเกิดนะคะ '

ผมก็รู้สึกดีที่ว่าอย่างน้อยก็มีซักคนที่จำวันเกิดผมได้น่า


จากนั้นผมก็ทำงานไปเรื่อยๆจนถึงบ่ายโมง
แล้วเจน ก็มาเคาะประตูห้องผมแล้วถามว่า

' วันนี้ช่างเป็นวันที่อากาศดีจริงๆเลย แล้ววันนี้ก็เป็นวันเกิดเจ้านายด้วย ทำไมเราไม่ไปกินข้าวเที่ยงกันสองต่อสอง แค่ฉันกับคุณ '

พอได้ยินอย่างนั้น ผมก็ตอบไปว่า ' แน่นอนสิ นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมได้ยินตั้งแต่เช้าเลยนะ '


จากนั้นเราก็ไปทานข้าวเที่ยงกัน
แต่เราไม่ได้ไปที่เราไปกินกันตามปกติ
เจนเลือกร้านที่ค่อนข้างเงียบๆ ( เป็นส่วนตัว ) หน่อย

แล้วเราก็เลือกโต๊ะเฉพาะไว้
เราก็สั่งมาร์ตินี่มาดื่มกันคนละสองแก้ว

จากนั้นระหว่างทางกลับไปออฟฟิศ
เจนบอกกับผมว่า
' วันนี้ช่างเป็นวันที่อากาศดีจริงๆเลย
เราคงไม่ต้องรีบกลับกันไปที่ออฟฟิศจริงๆใช่มั้ยเนี่ย
'

ผมก็ตอบไปว่า
' อืม คงไม่จำเป็นมั้ง ว่าแต่ เจน คุณคิดว่าไงล่ะ '

เจนเลยตอบว่า
' งั้นแวะไปอาพาร์ทเม้นชั้นก่อนมั้ยล่ะ อยู่แค่ตรงหัวมุมด้านหน้านี่เอง '


พอเราไปถึงอาพาร์ทเม้นของเจน
เจนก็บอกกับผมว่า
' บอสคะคุณคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยถ้าฉันจะเข้าไปในห้องนอนซักพักนึงก่อน แล้วจะกลับมาหาบอสนะคะ '


ผมก็ตอบ
' โอเค ' ไปแบบตะกุกตะกัก ไม่มั่นใจ


เจนก็เข้าไปในห้องของหล่อนแป๊ปนึง

จากนั้นเธอก็ออกมา พร้อมกับเค๊กวันเกิดก้อนใหญ่


พร้อมกับ ภรรยาผม ลูกๆผม เพื่อนๆของผมเป็นขโยง เพื่อนร่วมงาน แ ล้วทุกคนก็ร้องเพลง สุขสันต์วันเกิดให้ผม ..


แล้วผมก็นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น


บนโซฟาของเจน


แบบเปลือยกายอยู่ .......
May 04

ผ่านแล้วเว้ย

ฮ่า ฮ่า ฮ่า
วันนี้มีข่าวดีถึง 2 เรื่อง
จะมาเล่าสู่กันฟัง
เมื่อเช้าไปสอบใบขับขี่มารอบที่ 3 แว้ววววว
ไปกะอาม่า  2 คน สวีทมากอะ
สองจิตสองใจ เกรงว่าจะต้องมาอีกเป็นรอบที่ 4
แต่เราเล่นของเว้ย อาม่าเป่าคาถาเรียบร้อย 555
ตอนขึ้นรถปุ๊บ ผู้คุมสอบบอกว่าเคยมาแล้วใช่มั้ย???
แป่ว เคยมาแล้วค่ะ แฮ่ แฮ่ (อายเหมือนกัน)
ยัง ยังไม่จบแค่นั้น เค้ายังบอกต่ออีกว่า
เป็นงัยล่ะ คนเป็นพัน ยังอุตส่าห์จำเราได้นะเนี่ย
โอโห!! กูจะดีใจดีมั้ยวะเนี่ย
อาม่าบอกว่า ขับเก่งงัย มาหลายรอบจนเค้าจำหน้าได้
555 เสียเลยกรู
แต่ขอโทษ วันนี้ สอบผ่านแล้วโว้ยยยยยยยยย
โอย....กว่าจะได้ใบขับขี่มา 1 ใบ อาม่าบอกว่า
เสียไปหลายพันเลยนะเนี่ย
ข่าวดีเรื่องที่ 1 ผ่านไป
 
มาต่อกันที่่ข่าวดีเรื่องที่ 2 กันดีฟ่า
คือว่า ไปสอบสัมภาษณ์ ais มาใช่มั้ยล่ะ
ได้แล้วเว้ย แฮ่ แฮ่ แฮ่
 
แค่นี้แหละ
 
ปล.คนที่ไปสัมมนาเชียร์ทุกคนขอให้สนุกนะจ๊ะ
เราไม่ได้ไป เสียใจมากเลย คิดถึงเพื่อนๆ ทุกตัวเลยนะ
 
 
April 25

สอบใบขับขี่

วันนี้ไปสอบไปขับขี่มา
ใบขับขี่รถยนต์นะจ๊ะ ไม่ใช่รถจักรยานยนต์
ไปสอบที่ขนส่งตลิ่งชัน
ไปถึงที่ขนส่งก็ประมาณ 8 โมง ก่าๆ ได้
อาจารย์ที่สอนพาไป แต่......แหม!!!
กลิ่นเหล้าหึ่งเลยค่าาาาา
กลัวจะตายก่อนจะได้ใบขับขี่
เพราะเค้าเป็นคนขับพาไปงัย
แต่พอดี มีเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันนั่งไปด้วยอีกคน
ก็นั่งเกร็งกันไปตลอดทาง
คนที่ไปสอบด้วยชื่อเจี๊ยบ
เห็นหน้าตาก็รุ่นราวคราวเดียวกัน
แต่...สิ่งที่เห็นไม่เป็นอย่างที่คิด
คุยไปคุยมา ป๊าบบบบบบบบบ
จบ ป.โท แล้ว จบจากจุฬาด้วยคับ ขอโทษ
ไม่ใช่ขี้ๆ แต่หน้าตาแกเด็กมาก
แต่ไม่ค่อยสวยหรอก
เรื่องความสวย หญิง กินขาด
555 แต่เรื่องจิงนะ
 
 
ช่วงเช้า ก็มีทดสอบร่างกาย
ทดสอบสายตา เกือบไม่ผ่าน
ตาข้างขวามีปัญหา มองไม่ค่อยเห็น
แต่ก็ใช้ความน่ารัก ผ่านมาได้ในด่านแรก
ขั้นตอนต่อไปเราก็สอบข้อเขียนกัน
เด่วนี้เค้าไฮโซมาก เป็นระบบคอมพิวเตอร์หมดเลยนะ
เต็ม 30 คะแนน ขั้นต่ำต้องได้ 23 คะแนน ถึงจะผ่าน
ป๊าบบบบ คุณหญิงก็เกือบไม่รอด
ผิดไปซะ 4 ข้อ ได้มา 26 คะแนน
เฮ้อ! คุณพระช่วย รอดมาได้อย่างหวุดหวิด
สอบเสร็จก็ได้รู้จักคนที่มาสอบด้วยอีกหลายคน
บางคนก็มาเป็นกำลังใจให้เพื่อน
บางคนก็มาดูเพื่อนที่ตัวเองสอน
อย่างไรก็แล้วแต่ แล้วเราก็รู้จักกัน
มานั่งร่วมรับทานอาหารกลางวันด้วยกัน
ผู้ชายทั้งนั้นนะจ๊ะ ขอโทษ แต่ละคนหล่อๆ ทั้งน็านนนนน
ก็มีชื่อนัท ตั๊ม ป๊อบ พี่ญา มั้ง คุยสนุกดี
กินข้าวเสร็จ เราก็รอสอบปฏิบัติตอนบ่าย
 
 
ช่วงบ่าย  กว่าจะเริ่มกันจิงๆ ก็ปาเข้าไป บ่าย 2 โมง 15 นาที
โห!!! โครตพ่อโครตแม่ มาสอบกันให้รึ่ม
มกมายเหลือเกิน ร้อนก็ร้อน รอไปสิ
แล้วต้องสอบให้เสร็จก่อนบ่าย 3 โมง 25 นาที ด้วยนะ
เพราะหมดเวลาราชการ จะทำบัตรไม่ได้
คิดดู เหลือเวลาอีกชั่วโมงนิดๆ กับคนที่มาสอบอีกเกือบร้อย
มันจะทันมั้ยเนี่ย
ก็ไปเช่ารถของที่ขนส่งเค้ามาสอบ คันละ 100 บาทไทย
โอ้โห ไม่อยากคุย city ตัวใหม่ล่าสุด
มันนิ่มมากๆ ไม่เหมือนรถที่หัดขับ
ขับที่กล้ามขึ้นมาเป็นมัดๆ เลย
กะว่าจะไปสมัครเป็นนักกีฬาเพาะกายเลย
ระหว่างรอสอบ ก็ดูคนที่สอบก่อน
ปรากฏว่าคนแรกก็ไม่ผ่านแล้วคับท่าน
เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีมากให้กับผู้ชม
งานนี้เลยต้องมีการพึ่งสิ่งศักดฺ์สิทธิ์กันบ้าง
อ่อ...ลืมบอกไป เค้ามีท่าบังคับ 3 ท่า ที่ต้องสอบให้ผ่าน
ท่าที่ 1 การเดินหน้าและถอยหลัง
ท่าที่ 2 การถอยรถเข้าซอง (ท่านี้ยาก คนสอบตกเยอะ)
ท่าที่ 3 การจอดรถชิดขอบทาง ห่างไมเกิน 25 cm.
และแล้วก็ถึงเวลาสอบ
หญิงก็สอบผานเลยเว้ย 2 ท่าแรก
ดีใจแล้ว ในใจก็คิดว่ารอดแล้วกู ผ่านท่ายากได้แล้วเว้ย
ปรากฏว่าไปสอบท่าสุดท้าย
เค้าบอกให้ห่างไม่เกิน 25 cm. ใช่มั้ย
คุณหญิงก็ห่างไปเลยอะ เกินกว่า 50 cm. เห็นจะได้
555 ผลก้คือ ตกคับตก ต้องมาสอบใหม่วันศุกร์
เฮ้อ!!! เซ็งตัวเอง นี่มันโง่หรือมันโง่เนี่ย
ง่ายๆ เสือกไม่ผ่าน พี่เจี๊ยบที่มาด้วยกันก็ตกเหมือนกัน
ชะตากรรมเดียวกัน ต้องมาใหม่
แต่ก็ได้รับการเทรนด์อย่างดีจากเพื่อนๆ ที่เพิ่งรู้จักอย่างดีทีเดียว
ต้องขอบพระคุณอย่างมาก
เพราะอาจารย์ที่สอนแกก็มาส่ง แล้วกลับ ปล่อยให้ งง เป็นไก่ตาแตก
เอาวะ สู้ใหม่แล้วกัน แล้วจะเอาใบขับขี่มาอวดนะ เพื่อนๆ
 
 
สุดท้ายแล้ว ขอให้โลกสงบสุข
 
 
April 12

ฤฏษ์งามยามดี

วันนี้ข่อยว่าง ก็เลยแวะเข้ามาดูซะหน่อย
ปรากฎว่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
ไม่อยากจะเชื่อ
เรื่องมันเหลือเชื่อมากๆๆๆ
คือว่า
ว่า..
.
.
.
.
แหะๆ มากไปหน่อย
เกรงว่าท่านผู้อ่าน
อาจจะมารุมสะกำได้
คือว่า
ดีใจมาก ที่ยังมีเพื่อนๆ น้องๆ เข้ามาอ่านอีก
ต้องขอบคุณจิงๆ จ้าาาาาาา
ส่วนเรื่องที่ไม่เอารูปลงนั้น
มันมีสาเหตุนะจ๊ะ
because เนทที่บ้าน
ความเร็วสูงมากกก (ประชด)
เวลาเอารูปลงทีรัย
มีอันเป็นไปทุกครั้ง
พยายามได้ไม่กี่ครั้ง
สุดท้ายกูก็เลยไม่พยายามละ
555
 
 
 
เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันดีก่า
 
 
 
ที่หายหน้าหายตาไปนานเนี่ย
ก็มีงานทำเหมือนกันนะเว้ย
แต่แมร่ง
บ่ ได้ตังค์ค่า พี่น้อง
ข่อยก็เลยออก ดีฟ่าาาา
แล้วก็ ว่าง ว่าง ว่าง
555
แต่ไม่เป็นรัย  ไม่เดือดร้อนอารายยยยยย
แล้วก็ไปสอบปริญญาโทมาด้วย
(โท เฉยๆ นะ ไม่ใช่โทต๊อง)
ไปกับคุณอุ๊บ และพี่นิว
แบบว่า กอดคอกันแหว๋วเลย
แล้วก็ยังเจอรุ่นพี่ รุ่นเพื่อน อีกหลายสิบชีวิต
ที่คงจะไม่มีที่ไปเยี่ยงเดียวกับเรา
ก็เลยต้องมาจบชีวิตลง ณ ที่แห่งนี้ด้วยกัน
(ที่แห่งนี้ หมายถึง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ)
สอบๆ ไปงั้นแหละ
คิดว่าคงได้แน่นอน
ก็คนมันเก่ง
ช่วยไม่ได้จิงๆ ว่ะ
อะพูดเล่งงงงง
คิดว่าถ้าติดคงเป็นเพราะภาษีศิษย์เก่าอะนะ
แหะ แหะ เก่งเย๊อะ
 
 
 
 
อะแฮ่ม!!!  นอกจากนี้ข่อยก็ได้ไปเรียนขับรถมาด้วยนะค๊าาา
มันส์ มากกกกก
ไปเรียนมาได้ 6 ชม. แล้น
วันนี้ออกถนนใหญ่โตมากมาย
ขับคนเดียวเลย
เอาอาม่าไปด้วย
กะว่าถ้าตาย ก็ไปพร้อมๆ กันเลย
ย่า กะ หลาน
จะได้ไม่เสียตังค์จัดงานหลายครั้ง
(ว่าไปนู่น)
คนสอนบอกว่าขับเก่งแล้ว
ฮิฮิ นิโหน่ย
 
 
 
เฮ้อ!!! ไม่มีรัยจะเล่าให้อ่านละ
 
 
 
 
เออ มี มี นึกออกละ
มีเรื่องพลาดๆ คือว่า
พลาดที่ 1 งานวันเกิดของคุณเพื่อนทั้งหลาย
happy birth day ย้อนหลังทุกตัวเลยนะ เอ้ย คน
พลาดที่ 2 งานบวชน้องตั๋ง
แต่ไปเที่ยวสวนสนมาแทน เจอเก๋ด้วย
 
 
 
 
เอาล่ะ อยากจะบอกเพื่อนๆ ว่า
กูคิดถึงพวกมึงทุกคนนะโว้ย
มีรัยโทรเข้าบ้าน
0-2410-4529
 
 
 
 
 
bye  bye
happy songkran day
 
 
 
January 26

ซ้อม???

ตอนนี้อยู่ที่เรียนภาษากะอุ๊บ
แต่ไม่ได้เรียนหรอกนะ เพราะยังไม่ได้สอบ stage เดิม
เค้าเลยไม่ให้เรียน ซะงั้น
เลยมานั่งเล่นเนทกัน
รอเวลา เด่วจะไปเดินสยามกันซะหน่อย
 
 
 
เมื่อวันอังคารที่ 24 มกราคม 2549
มีพิธีซ้อมรับปริญญาของคณะบริหาร
การตลาด และการจัดการ
โอยยยยยยยย ผู้คนมากมาย
ถ่ายรูปซะเบื่อเลย
แต่หญิงแต่งหน้าไม่สวยเลย
น่าเกลียดมากๆ
รับตัวเองไม่ได้จิงๆ
แต่เอาเถอะ พอถูไถไปได้
ได้ถ่ายรูปกะโน๊ตด้วย ดีใจมากๆ
เขิลลลลลลลลลลล ที่สุดเลย
คนอาร๊ายยยยย  หล่อไม่เกรงใจใคร
พอตอนเย็นก็ได้ไปร่วมรับประทานอาหาร
กับครอบรัวกัณฑานนท์ และพี่คิง น้องตี้
ไปกินกัรแถวเกษตรนวมินทร์ ร้านท่าใหม่
กินกันเกือบตาย สั่งมาเยอะ กินไม่ไหวจิงๆ 
 
 
 
และที่ประทับใจอีกอย่างก็คือว่า.......
น้องแอ๊บ น้องสุดที่รักของเรา
อุตส่าห์ซื้อดอกไม้มาให้ด้วย ขอบคุณมากๆ น้องรัก
และแม่พี่ภุก็ซื้อดอกไม้ที่เป็นมงกุฎมาให้ แล้วก็ตุ๊กตาด้วย
ต้องขอบคุณอย่างแรง
 
 
 
แล้วก็ได้ความอนุเคราะห์จากเพื่อนๆ อีกหลายคน
ที่มาช่วยเป็นตากล้องให้ เพราะไปแบบอนาถาเลย
ไม่รู้ใครจะถ่ายให้ ก็กะว่าไปตายเอาดาบหน้า
แต่ก็ได้จอย แพร แอ๊บ น้องบอล น้องฯลฯ อีกมากมาย
ที่จำชื่อไม่ได้ มาช่วยถ่ายให้
ต้องขอบพระคุณมากๆ
 
 
 
สุดท้ายนี้ ขอให้โลกสงบสุข
 
 

ying_yai narak

Occupation
Location
Interests
lovely , funny, happy & lonely